แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 71
1
ประโยชน์ของการจัดฟันเด็ก

หลายคนคงเคยกังวลในเรื่องของปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพในร่างกายของเราแล้ว ยังทำให้ขาดความมั่นใจในรอยยิ้มและบุคลิกภาพของตัวเองอีกด้วย เนื่องจากมีปัญหาฟันซ้อนเก ฟันห่าง หน้าอูม ทำให้ต้องยิ้มแบบเหนียมอาย ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน ถือว่าเป็นการช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้ป่วยได้เป็นอย่างมาก และเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน


สำหรับปัญหาเกี่ยวกับการสบฟัน ทำให้กัดฟันแล้วชนเหงือก ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เป็นผลให้รับประทานอาหารได้ไม่สะดวก บดเคี้ยวอาหารก็ไม่ละเอียด บางรายกัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ขาด เป็นที่มาของโรคทางระบบทางเดินอาหาร เช่นกระเพาะอาหารอักเสบ หรือกรดไหลย้อน ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ในบางกรณีการจัดฟันยังช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างของใบหน้าในเด็กได้อีกด้วย เพราะการจัดฟันสามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของใบหน้าของเด็กได้ เพราะเด็กยังมีโครงสร้างของใบหน้าและขากรรไกรที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ การจัดฟันก็จะช่วยในเรื่องของการปรับโครงหน้าได้ และส่งผลต่อการขึ้นใหม่ของฟันแท้อีกด้วย

 
สำหรับการจัดฟันในเด็กนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนยังมองว่า ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะเนื่องจากเด็กบางคนมีความผิดปกติของฟันมาตั้งแต่เล็กๆ เด็กบางคนมีขนาดขากรรไกรเล็ก ไม่สมดุลกับจำนวนซี่ฟัน จนทำให้ฟันซ้อน เด็กบางคนขากรรไกรยื่น ฟันสบคร่อม ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ สาเหตุใหญ่จะเกิดจากกรรมพันธุ์ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน รวมไปถึงการที่เด็กมีพฤติกรรมต่างๆ เช่น การที่เด็กติดดูดนิ้ว อาจไม่มีผลเสียหายอะไร หากยังอยู่ในช่วงเด็กเล็ก แต่ถ้าหากเด็กยังติดการดูดนิ้ว ไปจนถึงอายุ 5-6 ปี


ซึ่งเป็นช่วงที่ฟันแท้เริ่มขึ้นก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ฟันหน้าอยู่ผิดตำแหน่ง ทำให้เกิดการสบฟันที่ผิดปกติขั้นรุนแรงได้ สำหรับการสบฟันที่มีความผิดปกติในเด็กนั้น สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมและสภาพฟันของเด็ก โดยจะมีอาการคือ ฟันซ้อน ฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันหน้ายื่น ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไป หรือหลุดช้าเกินไป หรือต้องเสียฟันน้ำนมแบบไม่ปกติ ฟันสบลึก หรือฟันสบคร่อม ฟันหรือลักษณะขากรรไกร ดูผิดสัดส่วน เด็กยังติดการดูดนิ้วจนอายุเกิน 5 ปี สามารถกัดหรือบดเคี้ยวอาหารลำบาก และชอบหายใจทางปาก นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กอาจจะมีความผิดปกติของฟัน และควรที่เข้ารับการจัดฟัน แม้การจัดฟันแบบเบื้องต้นในเด็ก อาจไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน หากในช่วงอายุ 7-10 ปี และหากพบสัญญาณของความผิดปกติ ก็จะได้รีบแก้ไขตั้งแต่เนิ่น อาจแก้ไขได้ เพราะเป็นช่วงที่กระดูกขากรรไกรกำลังเจริญเติบโตนั่นเอง

 
สำหรับประโยชน์ของการจัดฟันในเด็ก นอกเหนือจะทำให้เด็กมีรอยยิ้มที่สวยงาม สดใสสมวัยแล้ว ยังทำให้เด็กมีความมั่นใจ เพราะการจัดฟันในเด็กยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กได้หลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ เมื่อเด็กมีฟันที่เรียงสวยงามเป็นธรรมชาติ ไม่ซ้อนเก เด็กก็จะแปรงฟันได้ง่ายขึ้น ทำความสะอาดได้ดีขึ้น ซึ่งเรื่องความสะอาดในช่องปาก ถือเป็นเรื่องสุขอนามัยเบื้องต้นที่จะอยู่กับเด็กไปตลอดชีวิต


นอกจากนั้นทันตแพทย์ผู้ทำการจัดฟัน อาจมีส่วนช่วยหาทางบรรเทา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็กได้ด้วย สามารถช่วยบำบัดพฤติกรรมเด็กที่ติดการดูดนิ้ว ซึ่งสามารถสร้างผลเสียหาย ต่อการสบฟันในอนาคต ช่วยวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการออกเสียง การหายใจ และการบดเคี้ยวอาหารของเด็กได้เป็นอน่างดี สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ท่านใดสนใจ จะพาบุตรหลานของท่าน เข้ารับการจัดฟัน สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้จากทางคลินิกได้ ทางเรามีบริการจัดฟันในเด็ก โดยทันตแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก จึงมั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีรอยยิ้มที่สดใส สมวัยอย่างแน่นอน

2
รถแลกเงิน: สินเชื่อกรุงศรีคาร์ ฟอร์ แคช โปะ-ธนาคารกรุงศรี (BAY)

สินเชื่อกรุงศรีคาร์ ฟอร์ แคช โปะ-ธนาคารกรุงศรี (BAY)
รับเงินด่วนใน 1 วัน *
ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน
อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เริ่มต้น 12% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่ม 0.55% ต่อเดือน*
โปะได้ ไม่มีค่าธรรมเนียม
ไม่มีทุกค่าธรรมเนียมในการขอใช้วงเงินกู้
วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% จากราคาประเมินรถของผู้ให้บริการสินเชื่อ
รถยังขับได้ตามปกติ
ผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน

รายละเอียดสินเชื่อ
   สถาบันทางการเงิน            ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
   ชื่อสินเชื่อ                      สินเชื่อกรุงศรีคาร์ ฟอร์ แคช โปะ
   ประเภทสินเชื่อ                สินเชื่อรถแลกเงิน
   วัตถุประสงค์สินเชื่อ           สินเชื่ออเนกประสงค์
   ลักษณะหลักประกัน           สินเชื่อหลักทรัพย์ค้ำประกัน
   รายละเอียดหลักประกัน      ครอบครองรถเกิน 6 เดือน ยกเว้นโอนจากไฟแนนซ์หรือบุคคลในครอบครัว อายุรถไม่เกิน 20 ปี นับจากวันสมัคร
   ผู้มีสิทธิ์กู้                      ผู้มีรายได้ประจำทุกประเภท

   คุณสมบัติผู้กู้
บุคคคลธรรมดา สัญชาติไทย ที่มีรายได้ที่สามารถตรจสอบที่มาได้ และมีรายได้เป็น 2 เท่าของค่างวด
- พนักงานประจำ ได้แก่ พนักงานเอกชน, ข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ
- เจ้าของกิจการที่มีทะเบียนการค้า และมีเอกสารแสดงรายได้ มีกิจการเป็นของตัวเอง ที่สามารถตรวจสอบการมีอยู่จริง พิสูจน์ได้
อายุระหว่าง 20-65 ปีในวันทำสัญญา
มีรถเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน และต้องมีชื่อเป็นเจ้าของรถมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ยกเว้นโอนจากผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่น หรือบุคคลในครอบครัว
ต้องมีถิ่นพำนักในประเทศไทย

   วงเงินกู้                        วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% จากราคาประเมินรถของผู้ให้บริการสินเชื่อ
   ระยะเวลากู้                    สูงสุด 84 เดือน
   วิธีการคิดดอกเบี้ย            อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

   อัตราดอกเบี้ย
ผู้กู้                   จำนวนเงินกู้   ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมต่อปี
ผู้กู้ทุกประเภท   ทุกจำนวน   12.00 - 18.00 %

   รายละเอียดอัตราดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่มต้น 12 - 18% ต่อปี (สำหรับรถยนต์)
อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่ม 0.55% ต่อเดือน*
 
หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับปีรถและแบรนด์รถตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารฯ

   หมายเหตุอัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจเปลี่ยนแปลงตามจำนวนเงินกู้ อาชีพและเงินเดือนของผู้กู้
อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับปีรถและแบรนด์รถตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารฯ

   ดอกเบี้ยผิดนัด                  สูงสุด 25% ต่อปี

ค่าธรรมเนียม
   ค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้
   ค่าธรรมเนียมเบิกถอน           โปรดสอบถามผู้ให้บริการสินเชื่อ
   ค่าการทวงหนี้                   โปรดสอบถามผู้ให้บริการสินเชื่อ
   ค่าอากรแสตมป์                 โปรดสอบถามผู้ให้บริการสินเชื่อ
   ค่าธรรมเนียมอื่นๆที่สำคัญ

การชำระคืน
   ยอดชำระขั้นต่ำ                โปรดสอบถามผู้ให้บริการสินเชื่อ
   สิทธิชำระเกินค่างวด         โปรดสอบถามผู้ให้บริการสินเชื่อ
   สิทธิชำระคืนก่อนกำหนด     ไม่มี



3
motor expo: Jeep จัดแคมเปญฮอตรับซัมเมอร์ ถอย แรงเลอร์ รูบิคอน (MY2023) รับชุดแต่งเท่ไม่ซ้ำใคร สไตล์ Essential X

จี๊ป ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดแคมเปญสุดพิเศษเอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง ให้ได้สนุกกับการแต่ง จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน (MY2023) คันโปรด ภายใต้ชื่อ Essential X จัดเต็มอุปกรณ์ตกแต่ง Mopar แท้ สุดเท่! เตรียมพร้อมออกไปผจญภัยรับซัมเมอร์

 
สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จี๊ป ประเทศไทย เผยว่า “ช่วงซัมเมอร์อันเต็มไปด้วยสีสัน จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน ขอเชิญชวนเหล่าสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง ที่ชื่นชอบไอเดียสร้างสรรค์ มาแต่งเติมความเท่ที่มาพร้อมความดุดัน ให้กับ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน (MY2023) ในสไตล์ Essential X  ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแบรนด์ Mopar ที่จะทำให้คันโปรดของคุณ โดดเด่นไม่ซ้ำใคร”
 

พิเศษ จองและออกรถ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน (MY2023) Essential X ราคา 5.49 ล้านบาท เท่จนต้องเหลียวมอง ด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง Mopar รวมมูลค่า 287,000 บาท* พร้อมฟรี!ประกันภัยชั้นหนึ่ง ถึง 7 เมษายนนี้
กันชนเหล็กกล้า รูบิคอน 
บันไดข้างสีดำ
แผ่นพลาสติกกันรอยขอบประตู
ราวมือจับแบบสปอร์ต สำหรับผู้โดยสาร
สติ๊กเกอร์ Essential X
 
ปัจจุบัน จี๊ป ประเทศไทย มีโชว์รูมผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ทั้งหมด 4 แห่ง และอีก 1 สตูดิโอ พร้อมบริการลูกค้าและผู้สนใจรถ จี๊ป ได้แก่ โชว์รูมสุขุมวิท, วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์, สตูดิโอจัดแสดงรถที่จังหวัดภูเก็ต โดยไลอ้อน ออโตโมบิล, โชว์รูม พัทยา โดยสเตลล่า มอเตอร์, และโชว์รูมแห่งล่าสุดที่เชียงใหม่ โดย เชียงใหม่ ออโต้ รองรับสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่งในภาคเหนือ

4
ดอกบัวอบแห้ง: วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ เก็บดอกไม้และความทรงจำให้ชัดเจน   

4 วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน เพื่อให้เราได้นำดอกไม้ที่ได้รับมาในโอกาสพิเศษต่างๆ จะปล่อยให้ร่วงโรยจนต้องทิ้งไปในที่สุดก็น่าเสียดายมากๆจริงไหมคะ ขอแนะนำให้คุณใช้ 4 วิธีนี้ในการเก็บรักษาดอกไม้ ช่วยเก็บรักษาความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ในตอนที่ได้รับดอกไม้ได้อย่างดีเลยค่ะ


4 วิธีทำดอกไม้แห้ง

    ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม
    ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว
    ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้
    ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการเก็บรักษาดอกไม้สดก็คือการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีดไปที่ดอกไม้นั่นเองค่ะ เป็นสิ่งของที่หลาย ๆ คนมีติดบ้านกันอยู่แล้ว และหาซื้อไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่นำสเปรย์เซ็ตผมที่มาฉีดลงบนดอกไม้ให้ทั่ว 2-3 รอบ ก็จะช่วยถนอมดอกไม้ของเราให้เก็บได้นานขึ้นแล้วค่ะ โดยจะต้องดูให้มั่นใจเลยนะคะว่าฉีดสเปยร์จนทั้วทุกซอกทุกมุมของดอกไม้แล้ว

ในการเลือกสเปรย์เซ็ตผมนั้น หากเป็นสเปรย์ที่ไม่ได้มีความมันวาวก็จะทำให้ดอกไม้ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่นะคะ แต่ใครที่ชอบความวาวล่ะก็ จะเลือกใช้สเปรย์เซ็ตผมที่ทำให้มีความมันวาวก็ได้เหมือนกันค่ะ แถมการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีด นี้ยังใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายร่วมกับวิธีการทำดอกไม้แห้งอีกสามวิธีที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ได้อีกด้วยนะคะ


ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว

วิธีการตากดอกแบบคว่ำหัวเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆในการตากแห้งดอกไม้ แต่วิธีนี้ จะใช้เวลานานสักหน่อยนะคะ วิธีการตากแห้งดอกไว้แบบคว่ำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เราถูกก้านของดอกไม้เข้าไม้ด้วยกันเป็นช่อเล็กๆ หรือจะเป็นดอกเดี่ยวๆ ก็ได้ แล้วนำมาผูกขึงให้ห้อยหัวลงไว้ แล้วนำไปตั้งตากในที่ที่มีแดดและอากาศถ่ายเทสะดวกแล้วรอจนดอกไม้แห้งก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ

วิธีนี้ช่วยให้คงความงามของรูปทรงดอกไม้ได้ดี ดอกไม้ที่เหมาะจะนำมาทำให้แห้งด้วยวิธีนี้คือดอกไม้ที่มีกลีบค่อนข้างหนา เพราะดอกไม้ที่มีกลีบบางเมื่อนำมาตากแบบนี้ กลีบอาจจะหลุดร่วง หรือไม่ก็เหี่ยวย่นไม่สวยงามค่ะ ระยะเวลาในการตากนั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาและขนาดของดอกไม้ รวมถึงสภาพอากาศด้วยค่ะ  และเมื่อตากจนแห้งแล้ว นำสเปรย์เซ็ตผมมาฉีดทับเพื่อทำให้ดอกไม้แห้งมีความทนทานมากขึ้นได้อีกนะคะ


ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้

ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้เป็นการทำดอกไม้แห้งนั้นถือเป็นวิธีสุดคลาสสิคในการเก็บดอกไม้ให้เป็นดอกไม้แห้ง โดยจะใช้หนังสือหรือสมุดหนาๆในการทับนั่นเองค่ะดอกไม้ที่ได้จะไม่ได้คงรูปทรงของดอกไม้ แต่จะมีความแบนแทนนะคะ

วิธีทำก็ง่ายมากๆ หากจะทับดอกไม้ในหนังสือล่ะก็ แค่เลือกหนังสือที่มาความหนาและหนัก และมีกระดาษด้านๆ ไม่มันวาวก็พอค่ะ หากใครที่ไม่มีหนังสือล่ะก็ เพียงแค่นำดอกไม้มาวางเรียงบนกระดาษที่มาความด้าน แล้วนำกระดาษอีกใบมาวางกระกบ แล้วทับด้วยของที่มีน้ำหนักกระจายเท่ากันทั่วๆอย่างกล่องใส่ของหรือไม้กระดานก็ได้นะคะ


ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

วิธีสุดท้ายในของการทำดอกไม้แห้งก็คือการนำดอกไม้สดมาเก็บหรือแช่กับสารดูดความชื้น หรือ ซิลิก้าเจล (Silica Gel) นั่นเองค่ะ ซึ่งการสูดความชื้นนี้เราสามารถหาได้ตามถุงขนมหรือของใช้ต่างๆนั่นเอง หรือจะหาซื้อตามร้านทำสวน หรือร้านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ก็ได้เช่นกันค่ะ แม้จะมีราคาสูงสักหน่อย แต่สามารถใช้ได้หลายครั้ง คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

วิธีทำก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เรานำซิลิก้าเจลมาใส่ในกล่องที่มาฝาปิดแล้วนำดอกไม้ที่เราอยากจะทำให้แห้งมาแช่ไว้ในกล่องนั้นให้โคนดอกไม้ หรือ ทั้งดอกไม้จมลงไปในซิลิก้าเจลเลยนะคะ เมื่อแช่ไว้จนดอกไม้แห้งแล้วก็ให้นำออกมาแล้วปัดซิลิก้าเจลออกให้หมดด้วยแปรงก็เป็นอันเสร็จ ส่วนระยะเวลาในการแช่ดอกไม้ในสารดูดความชื้นนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-4 วัน หรือถ้าดอกไม้มีความหนาและขนาดใหญ่มากๆ ก็อาจจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากจะฉีดสเปรย์ทับลงไปสักหน่อยเพื่อให้ดอกไม้แห้งทนทานมากขึ้นก็ทำได้เลยค่ะ


หวังว่าเพื่อนๆจะชอบวิธีการทำดอกไม้แห้งที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้กันนะคะ แต่ละวิธีเราคัดเลือกมาแล้วว่าทำง่ายมากๆ แถมวัสดุอุปกรณ์ก็หาง่ายด้วยนะคะ ไม่ยุ่งยากเลยจริงๆ อย่าลืมนำวิธีพวกนี้ไปใช้ในการเก็บรักษาดอกไม้ที่ได้จากคนสำคัญกันนะคะ เพื่อให้ได้เก็บภาพความทรงจำและเวลาดีๆไว้ในดอกไม้แห้งนั่นเอง

5
จัดเลี้ยงนอกสถานที่: ไอเดียเก๋ๆ ให้บ่าวสาวเนรมิตงานแต่งเอาท์ดอร์ง่ายๆ

หากเปิดโหวตงานแต่งในฝันของสาวๆ หลายคนเชื่อว่า งานแต่งเอาท์ดอร์ ต้องติดโผเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่บ่าวสาวหลายคู่ต้องพับโครงการกันไป เพราะกังวลใจกับการจัดงานแต่งสไตล์นี้ หากไม่รู้จะเริ่มอย่างไรหรือยังหาไอเดียไม่ได้ ลองมาดูหลากหลายไอเดียเก๋เนรมิตงานแต่งสไตล์เอาท์ดอร์ ทำเองได้ที่เรานำมาฝากในวันนี้กันเลยค่ะ

 

1. เลือกตกแต่งซุ้มเวทีหรือซุ้มเค้กด้วยผ้า ให้บรรยากาศสบายๆ ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป

2. ป้ายบอกทางที่ทำด้วยไม้ ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สไตล์วินเทจ ได้ประโยชน์แบบทูอินวัน ทั้งบอกทางแขกเหรื่อและเป็นพร็อปส์ตกแต่งแสนเก๋


3. ริบบิ้นหลากสีสันที่พลิ้วไหวในบรรยากาศลมพัดเย็นสบาย ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี


4. สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงานแต่งเอ๊าท์ดอร์ยามค่ำคืน คือแสงไฟสลัวๆ หรือแสงเทียน ที่นอกจากจะช่วยให้แสงสว่างแล้วยังช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ดีอีกด้วย


5. ลูกโป่งสีสันน่ารัก ช่วยสร้างบรรยากาศสดใส ย้อนวัย อาจใช้ตกแต่งในงาน หรือเป็นไอเท็มให้เพื่อนบ่าวสาวถือ ก็เก๋ไม่เบานะคะ


6. หากจัดงานแต่งในสวน อย่าปล่อยให้ต้นไม้ต้องเหงาเดียวดาย เนรมิตต้นไม้โดยรอบให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับงานแต่งของคุณโดยการตกแต่งด้วยดอกไม้ ไฟประดับ โคมสีสันสดใส ป้ายข้อความสุดประทับใจ หรือรูปพรีเวดดิ้ง นอกจากจะน่ารักโดนใจแล้วยังถือเป็นไอเดียประหยัดงบประมาณการตกแต่งสถานที่ที่เจ๋งสุดๆ อีกด้วย



ไม่ใช่สีชมพูก็หวานได้ กับ 10 ธีมสีงานแต่งงานหวานแหววสุดโรแมนติก

เบื่อกันไหมกับ ธีมสีงานแต่งงาน สีชมพูสุดหวานแหวว ซึ่งถ้าคุณกำลังตามหาสีอื่นๆ ที่มาให้ความหวานโรแมนติกในวันงาน มานำเสนอแล้ว กับไอเดียสีหวาน 10 สีที่ไม่มีสีชมพูมาเอี่ยว มาเริ่มที่สีแรกกันเลยค่ะ


Soft Gray

หวานได้ด้วยสีเทาอ่อนและการจัดเซ็นเตอร์พีชทรงสูงด้วยไม้ใบแบบนี้ ให้ความรู้สึกเป็นงานแต่งงานที่ใส่ไอเดียไม่ซ้ำใครแถมยังได้อารมณ์สดชื่นและโปร่งสบาย


Peach

เลี่ยงสีสุดฮิตอย่างสีชมพูด้วยการหันมาใช้บริการสีพีชที่ให้ความส้มอ่อนๆ และแซมใส่ด้วยสีเหลืองคู่กับสีขาวกับดอกไม้สวยๆ ที่คู่ควรกับเจ้าสาวแบบคุณ


Sea Glass

งานแต่งงานริมทะเลสุดโรแมนติกด้วยสีฟ้าน้ำทะเลในหลายเฉดที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและแสนเข้ากันกับงานแต่งงานในฝันของคุณ
Advertisement


White & Beige

อ่อนหวานและให้ความละมุนแบบบวกๆ กับการจับคู่สีนุ่มๆ ของสีขาวและสีเบจ ถ้าจะให้ดีและดูมีความเป็นธรรมชาติ ต้องไม่ลืมใส่ดอกไม้แห้งสีน้ำตาลลงไปด้วย


Gentle Blue

สีฟ้าอ่อนๆ ถึงอ่อนมากจับคู่กับเก้าอี้สีขาวและตั้งไว้ในงานแต่งงานเอาทดอร์ รับรองว่าความฟ้านี้จะช่วยเพิ่มความสดใสให้งานแต่งงานภายใต้ท้องฟ้าสีครามอย่างแน่นอน


Muted Orange

ใส่สีส้มให้กับเซ็นเตอร์พีชของงานด้วยการเลือกใช้ผลส้มและลูกพีช ตัดด้วยใบ้ไม้สีเขียวบนโต๊ะไม้ในงานแต่งสไตล์รัสติค


Gray & Marigold

อย่าคิดว่าสีเทาคือความหม่นหมอง ของแบบนี้อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกให้สีเทาอยู่คู่กับอะไร อย่างครั้งนี้คือเทาคู่กับส้มทองที่แซมด้วยสีเหลืองสุดสดใส ให้ความรู้สึกถึงครอบครัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว


Green & White

สีขาวเขียวยังคงเป็นสีสุดฮิตและอมตะนิรันดร์กาล เพราะจับคู่เข้ากันได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยากใส่กิมมิคลงไป ลองเอาใบโคลเวอร์มาเป็นอินสไปเรชั่นดูสิคะ


Lavender

เมื่อก่อนคนไทยบอกว่า สีม่วงคือสีแม่ม่าย แต่ตอนนี้สีม่วงคือสียอดฮิตที่ช่วยนำมาซึ่งความสงบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา


Soft Yellow

ไม่มีอะไรที่จะนำความรู้สึกของความสุขได้มากกว่าสีเหลือง และนี่จะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการทำให้แขกของคุณรู้สึกสดชื่นตามไปกับสตอรี่เลิฟของคุณ ยิ่งถ้าเติมแต่งด้วยคำศัพท์น่ารักๆ หรือประโยครักๆ โดนใจลงไปในงานแต่งแบบนี้ รับรองว่าอินกันทั้งงาน


6
บริหารจัดการอาคาร: การทดสอบระบบท่อประปาก่อนใช้งานจริงให้ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

การทดสอบระบบท่อประปานั้น เราจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ การทดสอบระบบท่อประปาภายนอกอาคาร และการทดสอบระบบภายในอาคาร ไม่ว่าจะระบบไหน ล้วนเป็นการป้องการความเสี่ยงจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ดังนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการรั่วซึม การแตกหัก หรือการชำรุดของท่อให้มาก


การทดสอบประปาภายนอกอาคาร

การทดสอบประปานั้น โดยปกติแล้วจะมีการทำเป็นช่วง หลังจากที่ได้วางท่อประปาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ และได้มีการเทคอนกรีตรับท่อโค้งสามทางเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปท่อประปาที่วางใหม่จะต้องทดสอบความดันในท่อและทดสอบการรั่วซึมของท่อไปพร้อมกัน ตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้


ขั้นตอนการทดสอบความดันน้ำและการรั่วซึมของท่อประปาภายนอกอาคาร

1.    ค่อย ๆ เติมน้ำเข้าเส้นท่อประปาที่วางใหม่อย่างช้า ๆ จนเต็มท่อก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

2.    ไล่อากาศออกจากเส้นท่อ วาล์ว หัวดับเพลิง และอุปกรณ์ท่อต่าง ๆ ทั้งหมด

3.    อัดความดันด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมตามที่เห็นสมควร ขนาดความดันที่ใช้ทดสอบท่อประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 500 มม. ถึง 1,800 มม. ให้ใช้ความดันไม่น้อยกว่า 0.8 เมกาปาสกาล หรือ 8 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และท่อประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 400 มม. ลงมาให้ใช้ความดันไม่น้อยกว่า 0.6 เมกาปาสกาล หรือ 6 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร โดยต้องคงความดันนี้ไว้ให้คงที่เสมอ ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง และมาตรวัดความดันที่นำมาใช้จะต้องผ่านการสอบเทียบเครื่องมือเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน

4.    ตรวจสอบการรั่วซึมของท่อประปาและข้อต่อ หากตรวจพบว่ามีการรั่วซึมของท่อ ให้ดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะทำการทดสอบความดันน้ำและการรั่วซึมอีกครั้งหนึ่ง จนกว่าจะได้ผลเป็นที่พอใจ


การทดสอบประปาภายในอาคาร

การทดสอบประปาภายในอาคารนั้น จะมีการทำเป็นช่วง ๆ เช่นกัน ท่อประปาที่ฝังไว้ใต้ดินหรือในผนังจะต้องมีการทดสอบการรั่วซึมของน้ำก่อนกลบดิน หรือฉาบปูนปิดเสียก่อน ตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

ขั้นตอนการทดสอบความดันน้ำและการรั่วซึมของท่อประปาภายในอาคาร

-    ปิดก๊อกน้ำต่าง ๆ เพื่อไม่ให้น้ำไหลทิ้งออกจากระบบท่อประปา
-    ให้ใช้น้ำที่มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำดื่มอัดเข้าไปในระบบท่อประปา โดยที่มีความดันสูงกว่าความดันใช้งานปกติประมาณร้อยละ 50 ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
-    ดำเนินการตรวจสอบหารอยรั่วซึมของน้ำในระบบท่อ
-    หากผลการตรวจสอบหรือทดสอบปรากฎว่ามีท่อรั่วซึมหรือชำรุด ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากคุณภาพวัสดุ หรือฝีมือการติดตั้ง จะต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่โดยทันที
-    ให้ทดสอบท่อรั่วซึมใหม่อีกครั้งจนกว่าจะมั่นใจว่าระบบท่อประปาที่ติดตั้งสามารถใช้งานอย่างถูกต้องแล้ว โดยการซ่อมท่อไม่ควรใช้วิธีการปะปิดรอยรั่วเป็นอันขาด เพราะเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วซึมขึ้นใหม่ในอนาคต ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการถอดและต่อใหม่ หรือเปลี่ยนใหม่แทน

 

7
รถยนต์ไฟฟ้า 2024: วอลโว่ Volvo EX40 Ultra – Twin Motor ปี 2024
2,690,000 บาท 

วอลโว่ Volvo EX40 Ultra – Twin Motor ปี 2024
Volvo EX40 Ultra – Twin Motor  มาพร้อมดีไชน์ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตในวันธรรมดาของคนเมือง ผ่านรูปลักษณ์ที่เรียบหรู กะทัดรัด  ร่วมสมัย พร้อมให้ประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่ทรงพลังและความยั่งยืนเพื่อส่วนรวมตามแบบฉบับรถไฟฟ้าจากวอลโว่ และสำหรับวันพิเศษที่ต้องออกไปพร้อมลุย EX40 ก็พร้อมตอบโจทย์ในลุคของความสปอร์ตด้วยหลังคาและการตกแต่งสีดำกลอสซี่ภายนอกรถ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์ของชีวิตในทุกวัน

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์               Volvo
   รุ่น                    วอลโว่ Volvo EX40 Ultra – Twin Motor ปี
   ประเภทรถ           Electric - EV, รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว            2024
   ราคา                2,690,000 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
ประตูระบบไฟฟ้า (ฝากระโปรงท้าย)
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค
ซันรูฟ (เปิดได้)
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
กระจกกรองแสง
ไฟตัดหมอก (หน้า-หลัง)
ระบบควบคุมระยะการจอด (หน้า-หลัง)
ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้าง
ปัดน้ำฝนกระจกหลัง
ขนาดยางหน้า-หลัง (235/50 R19 (หน้า) , 255/45 R19 (หลัง))
ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้าต่าง
ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบพิเศษ (ทำงานอัตโนมัติ)
ไฟหน้า LED (หักเหตามพวงมาลัย พร้อมระบบไฟสูงอัตโนมัติ)
ไฟท้าย LED
หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ
ล้ออัลลอย (19 นิ้ว ดีไซน์ diamond-cut)
ไฟ Daytime Running Lights
ไฟหน้า LED

   ภายใน
ภายในโทนสีดำ
อุปกรณ์ภายในอื่นๆ (จอแสดงผล TFT ขนาด 12.3")
เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
ระบบจดจำปรับที่นั่งคนขับ (3 ตำแหน่ง, +ที่นั่งผู้โดยสารตอนหน้า, +จดจำตำแหน่งกระจกมองข้าง)
กระจกมองหลังตัดแสง (อัตโนมัติ)
ตกแต่งภายใน (โทนสีขรึม Charcoal และใส่รายละเอียดในสไตล์ Urban Grid)
ระบบฟอกอากาศในตัวรถ (AIR BALANCE package) (Clean Zone พร้อมเซ็นเซอร์วัดค่ำ PM2.5)
พวงมาลัยหุ้มหนัง
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้

สเปค
   มอเตอร์ไฟฟ้า               กำลังสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า 63 kWh แรงม้าสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 408 แรงม้า (150+258) - แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 670 นิวตันเมตร (250+420) อัตราเร่จาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)   แรงม้า
   ระบบเกียร์                     เกียร์อัตโนมัติ
   รูปแบบเกียร์                  Single speed transmission
   ระบบเบรค ABS              มี (พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD และระบบช่วยเบรคฉุกเฉิน EBA)
   ชนิดแบตเตอรี่                ไฟฟ้า
   ความจุแบตเตอรี่                82 kWh
   ระยะทางวิ่ง/การชาร์จ 1 ครั้ง  645 กิโลเมตร
   น้ำหนักตัวรถ                         -
   ประเภทยางรถยนต์                  -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)                    ล้ออัลลอย (19 นิ้ว ดีไซน์ diamond-cut)
   ระบบขับเคลื่อน                   ขับเคลื่อนสี่ล้อ (Dual motor, all-wheel drive)

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย
อุปกรณ์ความปลอดภัย  อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (แบบไดนามิก DSTC)
ตัวถังนิรภัย
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เซ็นทรัลล็อค
สัญญาณกันขโมย (พร้อม Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหว)
กุญแจนิรภัย (Immobilizer)
ไฟเบรกดวงที่ 3
สัญญาณเตือนถอยหลัง
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (ระบบป้องกันการชนด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน ผู้ขับขี่จักรยาน และสัตว์ใหญ่พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถ, ระบบป้องกันการชนและบรรเทาการบาดเจ็บพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัติโนมัติ-ด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณทางแยก, สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อทียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสาย)
รีโมทคอนโทรล (แบบ Keyless Entry & Drive)
ระบบป้องกันการโจรกรรม
หลอดไฟพิเศษระบบ Daytime Running Lights(DRL) (แบบ LED)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร RSI , ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ แบบถอยหลังและขนานของทาง)
เข็มขัดนิรภัย (แบบดึงกลับอัตโนมัติ)
พวงมาลัยยุบตัวได้
กระจกนิรภัย
คานเหล็กเสริมนิรภัย
ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HSA)
อื่นๆ (ระบบปกป้องเมื่อเกิดการวิ่งตกถนน, ระบบปกป้องการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอและหลังที่เกิดจากการสะบัดของศรีษะ, ระบบกระจายแรงกระแทกจากด้านข้าง)
ระบบ intelligence around view monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง (พร้อมเซ็นเซอร์รอบคัน)
กล้อง (ช่วยในการจอดพร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา)
เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collisio (City Safety - car, pedestrian, cyclist, and large animal detection with full auto brake)
เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking - IEB) (เตือนการชนบริเวณทางแยก Collision Avoidance & Mitigation Support with Auto Brake - front, rear & intersection)
เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW) (Blind Spot Information System (BLIS))
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert - RCTA) (Cross Traffic Alert with auto brake)
เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HSA

8
คำถามยอดนิยม การจัดฟันเด็ก แพงหรือไม่ ?

การเข้ารับการจัดฟัน เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างฟัน และลักษณะของฟันที่มีการขึ้นแบบผิดปกติจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น เช่นเดียวกันกับเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันก็จะทำให้รู้สึกไม่มั่นใจและรับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมในวัยเด็กที่ส่งผลทำให้การขึ้นของฟันแท้มีความผิดปกติบวกกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร


เนื่องจากเด็กมักชอบรับประทานอาหารที่มีรสหวานหรือเครื่องดื่มที่มี ส่วนผสมของน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย ดังนั้น การทำความสะอาดช่องปากและฟันของเด็ก ถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรช่วยกันดูแลให้บุตรหลานของท่านรู้จักวิธีการทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างถูกวิธีตั้งแต่อายุยังน้อยหรือตั้งแต่ยังมีฟันน้ำนม ซึ่งฟันน้ำนมนั้น เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการขึ้นของฟันแท้ เพราะฉะนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อยของท่าน ควรได้รับการดูแลตั้งแต่ช่วงฟันน้ำนมเพราะถ้าหากเด็กได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันก็จะทำให้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ป้องกันการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบที่อาจจะตามมาได้ในอนาคต  ในปัจจุบัน

 
พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพฟันของเด็กประกอบกับได้มีการจัดฟันในเด็กซึ่งถือเป็นนวัตกรรมในวงการทันตกรรมที่ได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแก้ไขปัญหาฟันของเด็กได้ตั้งแต่อายุ 12 -15 ปี และยังมีการจัดฟันในเด็กที่เรียกว่าการจัดฟัน EF LINE ซึ่งการจัดฟันในรูปแบบนี้สามารถรักษาปัญหาฟันในเด็กได้ตั้งแต่อายุ 4-15 ปีเลยทีเดียว


ซึ่งต้องบอกว่าวงการทันตกรรมของเราในปัจจุบันถือว่า ก้าวหน้าไปมากทำให้ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดมีความสนใจที่จะให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก แต่ก็มีข้อกังวลนั่นก็คือในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจัดฟันในเด็ก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าการจัดฟันในเด็กนั้นจะต้อง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ วันนี้ทางคลินิกของเราจะมาพูดถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องของการจัดฟันในเด็กเพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุดและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพด้วย


สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดฟันในเด็ก คือสิ่งแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคน อยากจะทราบซึ่งในประเทศไทยของเราถ้าจัดฟันในเด็กจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 50,000 บาท แต่ราคาก็จะขึ้นอยู่กับคลินิกทันตกรรมด้วย ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความแตกต่างกันรวมไปถึงจะขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันของเด็กด้วย แต่ในข้อนี้ก็ไม่ต้องกังวลเพราะค่าจัดฟันในเด็กจะเป็นการทยอยจ่ายเช่นเดียวกับการจัดฟันในผู้ใหญ่ แต่การจัดฟันในเด็กก็อาจจะมีรายละเอียดของเครื่องมือบางชนิดที่มีความแตกต่างจากการจัดฟันในผู้ใหญ่ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากปัญหาในช่องปากและฟันของเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ยิ่งถ้าเด็กบางคนมีปัญหาของขากรรไกรร่วมด้วย การรักษาก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอาจจะต้องใช้เครื่องมือแบบพิเศษซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกตินั่นเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน เราสามารถปรึกษากับทางคลินิกได้

 
สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดที่อยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกของเรา ทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมของเด็กมาอย่างยาวนาน ทั้งยัง มีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้คำปรึกษาและแนะนำในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน ซึ่งต้องบอกว่า พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล เพราะท่านสามารถวางแผนในเรื่องของค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับตัวเองได้ เพราะเราอยากให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง มีรอยยิ้มที่สดใส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

9
เรื่องวุ่นๆ มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เรื่อง “ลดน้ำหนักแบบ IF”

ส่วนมาก คนที่อยากลดน้ำหนักจำนวนมาก จะติดทานอาหารเยอะ โดยเหตุนี้การบีบให้ระยะเวลาเหลือเพียง 2 มื้อใหญ่ กับ 1 มื้อย่อยๆ จะมีผลให้รับประทานมื้อใหญ่ได้มากขึ้น ซึ่งแคลอรีรวมแล้วจะน้อยกว่ารับประทานตลอดทั้งวัน การกินของกินโดยไม่กำหนดจำนวนเลยตลอดทั้งวัน จะได้โอกาสรับประทานเกินเยอะแยะ แนวทางแบบนี้ราวกับเป็นการฝึกฝนให้รับประทานเป็นมื้อๆถ้าหากรับประทานอิ่มแล้วจำเป็นต้องพอเพียง

ส่วนตอนที่จำต้องไม่กินอาหาร ราวกับเป็นการให้ร่างกายได้พักซ่อมบำรุงตนเอง ให้ฮอร์โมนหิว-อิ่มได้พัก เพื่อมาดำเนินการสุดกำลังได้อีกครั้ง และก็เป็นการเพิ่มโกรทฮอร์โมน ช่วยหัวข้อการเบิร์นไขมัน แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าไม่กินอาหารเป็นตอนเวลาแล้วจะรับประทานอะไรก็ได้ จำเป็นต้องกินตามที่คำนวณแคลอรี

สำหรับผู้ที่พอใจจะลดหุ่นด้วยแนวทางรับประทานแบบ IF อย่างแรกที่จำต้องทำหมายถึงเริ่มขยับมื้อแรกออกไป แต่ว่าย้ำว่าไม่ใช่การหักดิบ จะต้องเริ่มขยับมากินระยะเวลา 8-9 นาฬิกา ในอาทิตย์แรก และก็อาทิตย์ถัดไปค่อยขยับเป็น 11 นาฬิกาไปจนกระทั่งเที่ยงตรง โดยฝึกหัดพร้อมการคำนวณแคลอรีของของกินว่าจำต้องรับประทานมากแค่ไหน ถึงจะครบดังที่ร่างกายอยาก ส่วนการนับแคลอรีของแต่ละคนแตกต่างกันตั้งแต่เรื่องของอายุ เพศ น้ำหนัก ความสูง แม้กระนั้นจำนวนมาตรฐานของหญิงรับประทานโดยประมาณวันละ 1,500 แคลอรี ส่วนเพศชาย ราวๆวันละ 2,000 แคลอรี

 

เรื่องที่มักเข้าใจผิดใน IF

1.    ไม่กินข้าวเช้า สมองจะเสื่อม

การอดอาหารเช้าตรู่นั้นปลอดภัย เนื่องจากว่าร่างกายสามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลที่สะสมตั้งแต่เมื่อวานนี้ได้ ตรงกันข้ามถ้าเกิดรับประทานมากมายเกิน จะมีลักษณะมึน ความนึกคิดไม่แล่น สมองจะงงเต็ก เนื่องมาจากระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารเป็นระบบประสาทที่ให้การพัก พินิจง่ายๆเป็น หากรับประทานมากมายจะอยากนอน

 
2.    รับประทานอะไรก็ได้ เพียงแค่จำเป็นต้องจำกัดเวลา

สำหรับคนอ้วน กลไกความหิวการอิ่มตามธรรมชาติ ได้เสียไปแล้ว ไม่อาจจะรับทราบความอิ่มได้ โดยเหตุนี้ก็เลยจะต้องมีการคำนวณแคลอรีมากำคราวดอีกชั้นยอด จะรับประทานอะไรตามใจทุกสิ่งทุกอย่างมิได้

 
3.    ห้ามรับประทานแป้งเด็ดขาด

สามารถกินได้ตามเดิม เนื่องจากว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่จำต้องใช้ตอนบริหารร่างกาย โดยจะต้องใช้พลังงานของแป้งเข้าช่วย

 
4.    จำเป็นต้องอดอาหารจำนวนมาก

การเลิกของกินมากมายเกิน จะมีผลไม่ดี ถ้าหากไม่ใช่ผู้ที่ถูกใจรับประทานเยอะแยะ 1 มื้อต่อวัน แต่ว่าไม่สมควรทำหลายครั้ง เนื่องจากว่ารับประทานแบบงี้แล้วร่างกายจะเครียดนาน

 
5.    ไม่ต้องออกกำลังกาย

นับว่าเป็นความเชื่อถือที่ไม่ถูก สิ่งที่ถูกเป็น จำต้องรับประทานให้พอดิบพอดีแล้วไปบริหารร่างกาย เพื่อมีการเผาผลาญของส่วนเกินทิ้ง แล้วสร้างความแข็งแรงขึ้นมาใหม่

10
motor expo: MG4 2 รุ่นใหม่ XPOWER VS MG4 X รุ่นไหนเหมาะกับใคร?

ทีมงาน Checkraka มีโอกาสร่วมทดสอบขับขี่ MG4 ELECTRIC 2 รุ่นใหม่พร้อมกับทาง Carznova สื่อนักทดสอบรถที่มีดีกรีอดีตลงสนาม Toyota Altis One Make Race และรายการ REVO 24HR เพื่อแชร์ประสบการณ์ในการลองของใหม่กับ MG4 X รุ่นประกอบไทยที่ปรับปรุงใหม่ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและราคาที่ประหยัดมากขึ้น และอีกรุ่นที่กำลังมาแรงเป็นกระแสคือ MG4 XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD พลัง 435 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร มาดูกันว่ารุ่นไหนน่าสนใจและจะเหมาะสมกับการใช้งานอย่างไรตามมาครับ!
 

MG4 ประกอบไทย 4 รุ่นย่อย เริ่ม 709,900 บาท

MG4 ELECTRIC รุ่นปี 2024 มีประกอบในประเทศไทยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่
MG4 D Standard Range มอเตอร์กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 KW) กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ความจุแบตเตอรี่ 49 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 423 กม. NEDC ราคา 709,900 บาท
 

MG4 X Standard Range มอเตอร์กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 KW) กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ความจุแบตเตอรี่ 49 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 423 กม. NEDC ราคา 809,900 บาท (เพิ่มจากรุ่น D 100,000 บาท)

MG4 V Long Range มอเตอร์กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 KW) กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ความจุแบตเตอรี่ 64 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 540 กม. NEDC ราคา 889,900 บาท (เพิ่มจากรุ่น X อีก 80,000 บาท)​
 

โดยที่ทั้ง 3 รุ่นนี้มีการอับเดทระบบใหม่ เช่น หน้าจอกลางระบบสัมผัส 12 นิ้ว ใหม่รองรับ ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Andriod แบบไร้สาย, กล้องมองรอบคัน 360 องศา (เว้นรุ่น D มีเฉพาะกล้องถอยหลัง) ที่ภาพยังไม่ค่อยชัดเท่าที่ควร โหมดขับขี่ 4 รูปแบบ มีโหมด ปรับตั้งค่าเอง Custom ได้ตามต้องการ ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นก็มีให้ครับจากพื้นฐานในรุ่น D และแบบเต็มระบบในรุ่น X ขึ้นไป นอกจากนี้ยังอับเดทให้จดจำการปรับตั้งค่าครั้งสุดท้าย เช่น การเปิด-ปิดระบบ ช่วยเหลือการขับขี่ แต่ว่าโหมดการขับขี่ยังคงเป็นโหมด Eco และการหน่วงความเร็ว (KERS) ระดับ 3 เป็นค่าเริ่มต้นเสมอ และในรุ่นใหม่นี้ขยายที่วางแก้วน้ำข้างประตูให้ใหญ่ขึ้น ติดตั้งมือจับภายใน และมีใบปัดฝนกระจกหลังมาให้เรียบร้อยแล้ว
 

มาถึงรุ่น XPOWER AWD ที่นับเป็น Performance ประจำรุ่น มาพร้อมมอเตอร์คู่หน้า-หลังกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 KW) กับแรงบิด 600 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ความจุแบตเตอรี่ 64 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 480 กม. NEDC ราคา 1,119,900 บาท (เพิ่มจากรุ่น V 230,000 บาท) ภายนอกสีเขียว WILD HUNTER GREEN / BLACK TOP​ (มีสีเดียว) สเกิร์ตหน้าเป็นสีดำเงา กาบข้างประตูลายสปอร์ต ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยาง Brigdestone turanza ev ขาดแค่หน้าจอกลางที่ยังเป็นขนาด 10 นิ้ว เหือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า

ขับสนุกทั้งคู่ แต่ XPOWER เดือดจัด!
 

การทดสอบ MG4 ทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้สัมผัสกันครบ ๆ ทั้งรุ่นประกอบไทยพลังมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง 170 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ที่สเปคคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และรุ่น XPOWER มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ระดับ 435 แรงม้า 600 นิวตันเมตร ซึ่งส่วนตัวเองนั้นได้สัมผัส XPOWER มาก่อนหน้านี้เป็นเวลา 3 วันแล้ว ทั้งการขับขี่ใช้งานทั่วไป ทั้งทดสอบอัตราเร่งและขับที่ความเร็วสูง ๆ บอกเลย...มันสุด ๆ แรงตรงปก 400 กว่าม้า
 
MG4 XPOWER AWD แรงสะใจ ช่วงล่างแน่น
MG4 XPOWER AWD ยอมรับเลยว่าสมรรถนะเทียบเท่ารถสปอร์ตแรง ๆ สบาย ๆ อัตราเร่งออกตัวแทบจะกระโดดออก และทำความเร่งเร่งไปไปอย่างต่อเนื่องแทบไม่มีอาการ "ห้อย-แรงตก" ให้รู้สึกเลยแม้จะใช้ความเร็วสูง ๆ แล้วก็ตาม ก็ยังเติมคันเร่งได้ทันใจมาก ๆ แม้จะเร่งจากความเร็วสูง ๆ ที่ 100 กม./ชม. ขึ้นไปก็ยังสามารถทำอัตราเร่งได้ทันใจ
 

การใช้โหมดต่าง ๆ มีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยหรืออาจจะไม่เคยลองขับมาก่อน ให้ค่อย ๆ ทำความคุ้มเคยกับการเร่ง แนะนำให้เริ่มด้วยโหมด "ECO" ก่อน เพิ่มเรียนรู้พลังในการกระชาก ซึ่งโหมด ECO นี้จะปรับการตอบสนองคันเร่งให้หน่วง ๆ เล็กน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าจุ่มคันเร่งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย รถก็จะตอบสนองไวขึ้นและให้ความกระชับกระเฉิงสั่งได้ตามเท้า นับว่าใกล้เคียงกับโหมด Normal มาก ๆ โหมดนี้จะทำให้ประหยัดไฟเพิ่มขึ้น โดยดูได้จากระยะทางที่วิ่งได้จะเพิ่มจากโหมด Normal ราว ๆ 30- 40 กม.  และจะใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อหลังเป็นหลัก เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ถ้าต้องการอัตราเร่งแซงก็แค่ "กดคันเร่งเพิ่ม" เท่านั้น รถก็พร้อมจะตะกาย 4 ล้อเร่งได้ทันใจปลอดภัยไม่แตกต่างจากโหมดอื่น ๆ เลย และด้วยความเป้นขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีชุดขับเคลื่อนด้านหน้าจึงทำให้รัศมีวงเลี้ยวกว้างกว่ารุ่นปกติเล็กน้อย
 
โหมด "Normal" จะถูกตั้งเป็นค่าโรงงานเมื่อติดระบบทุกครั้ง ดังนั้นถ้าจะเริ่มจากโหมดนี้ก็ย่อมได้ โดยคันเร่งจะตอบสนองไวขึ้นแบบ "ปกติ" ของรถรุ่นนี้ แต่ก็ตอบสนองไวมาก ๆ เมื่อเทียบกับรถ่นปกติ เนื่องจากกำลังมอเตอร์ที่มีเหลือ ๆ พร้อมจะกระโจนออกตัวตลอดเวลา ในโหมดนี้จะเป็นการใช้พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังเป็นหลักเช่นกัน แต่จะมีการแปรผันระบบขับเคลื่อนล้อด้านหน้า
 

ในกรณีที่ใช้อัตราเร่งหรือรถเกิดอาการเสียหลัก เสียการควบคุมมอเตอร์ที่ล้ิหน้าก็จะทำงานผสานกันด้วย โดยเฉพาะเมื่อกดคันเร่งจมมิต เมื่อออกตัวไปสักระยะมอเตอร์หน้าจึงจะทำงาน ซึ่งจะมีอาการรอยต่อที่พอจะจับความรู้สึก ช่วงเร่งออกตัวล้อหลังจะปั่นจนเมื่อล้อเกือบจะหมุนฟรีหรือลื่นไถล มอเตอร์ด้านหน้าจะเริ่มทำงาน ตัวรถจะถูกดึง พวงมาลัยและหน้ารถก็จะนิ่งขึ้นและเร่งออกไปอย่างรวดเร็วไม่มีอาการล้อฟรีเลย สรุปคือ จะมีอาการเหมือนแรงดึง 2 จังหวะเบา ๆ คือ มอเตอร์ล้อหลังถีบตัวรถให้เร่งออกไปด้านหน้าจะลอย ๆ เบา ๆ และมอเตอร์ล้อหน้าทำงาน (ในเวลาเสี้ยววินาที) จะรับรู้เลยว่าล้อหน้ามีแรงมาดึงให้หน้ารถนิ่งขึ้นและเร่งความเร็วไปแบบนิ่ง ๆ เนียน ๆ

 
โหมด "SPORT" เน้นพลังและเป็นระบบ AWD ตลอดเวลา เพื่อความสนุก ให้พลังรวมแรงมากขึ้นไปอีก อัตราเร่งดีขึ้นและปลอดภัย แต่แลกกับระยะทางวิ่งที่ลดลงจากโหมด Normal ราว ๆ ๆ 30 - 40 กม. และก็ใช้พลังงานจากแบตฯ มากตามกำลังแรงม้า เมื่อดูบนมาตรวัดการใช้พลังงานอยู่ที่ 20 - 22 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม.  ซึ่งในโหมดนี้หรือว่ารถคันนี้อย่าไปคิดเรื่องประหยัดพลังงานเลยดีกว่าครับ เพราะว่ากำลังระดับ 400 กว่าแรงม้า ย่อยต้องใช้ไฟเยอะเป็นปกติ
 
โหมด "Custom" สามารถตั้งค่าการขับได้ละเอียดขึ้น เลือกโหมดขับขี่ต่าง ๆ เลือกน้ำหนักพวงมาลัย เบา/ปกติ/หนัก ได้ ส่วนตัวถ้าขับเร็ว ๆ พวงมาลัยหนักจะขับง่ายควบคุมดี ไม่เบาหวิวเกินไปในความเร็วสูง ๆ แต่ถ้าขับขี่ในเมืองบ่อย ๆ ใช้ปกติกำลังดีครับ เลี้ยวง่ายคล่องตัว อาจจะเบาหวิวบ้างในความเร็วสูงก็ต้องขับอย่างระมัดระวังมากขึ้น และถัดมาก็ปรับตั้งน้ำหนักแป้นเบรกได้ตามความถนัด และใน XPOWER ฟังก์ชั่น One-Paddle มาให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งขับได้ในคันเร่งเดียวและความหน่วงมากเป็นพอเศษจนถึงจุดหยุดนิ่ง
 
เพิ่มเติม Snow อีก 1 โหมดความจริงไม่ใช่ใช้ขับบนหิมะ เพียงแต่เป็นโหมดใช้ขับขี่ผ่านสภาพถนนเปียกลื่น อันตรายมาก ๆ พร้อมจะหลุดโค้งเสียหลักหรือล้อรถหมุนฟรีทิ้งตลอดเวลา เหมือนขับขี่บนถนนที่มีฝุ่นทราย โคลน หรือคราบลื่น ๆ ต่าง ๆ ที่ปกคลุมผิวถนนอยู่ การใช้โหมดนี้จะช่วยลดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าลง ทำให้การเคลื่อนตัวของรถไปได้ง่ายโดยระบบควบคุมล้อหมุนฟรีจะทำงานละเอียดรวดเร็วขึ้น เพื่อให้ประคองรถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย  ไม่ว่าผู้ขับจะกดคันเร่งมากเท่าไหร่ระบบก็จะตัดกำลังให้เหมาะสมกับสภาพผิวถนนนั้นอัตโนมัติครับ
 
ระบบการ Regenerator ทั้ง 2 รุ่นจะตั้งเป็นระดับ 3 คือหน่วงสุดเอาไว้ทุกครั้งที่เริ่มสตาร์ทระบบ แต่สามารถปรับเองได้โดยการปัดหน้าจดกลางลง-ไปเลือกที่ "KERS" 1-2-3 ซึ่งระดับความหน่วง 3 นั้น นับว่าช่วยชะลอค่อนข้างมากหน่อย เหมือนการแตะเบรก แนะนำให้ใช้ระดับ 2 กำลังดีครับจะหน่วยเบา ๆ ลงกว่า แต่ถ้าอยากได้ฟิลใกล้เคียงรถยนต์สันดาปก็ไประดับ 1 เลยครับ

 
MG4 X Standard Range ขับสนุกสะดวกสบายกำลังดี
MG4 X เป็นรุ่นที่ทุกอย่างคงเดิมทั้งสมรรถนะ สเปคต่าง ๆ รวมแล้วเท่ากับรุ่นก่อนหน้านี้ เพียงแต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนและอุปกรณืบางส่วนเพิ่มเติม เช่น หน้าจอกลางสัมผัสใหม่ 12 นิ้ว ที่วางแก้วน้ำขนาดใหญ่ขึ้นใส่แก้วใหญ่ยอดฮิตได้แล้ว ซึ่งสมรรถนะต่าง ๆ นั้นยังขับสนุกและช่วงล่างเกาะถนนได้ดีเช่นเดิม แต่เมื่อเทียบกับรุ่น Xpower ช่วงล่างจะนุ่มนวลมากกว่า เ้นขับขี่สบายแต่ก็ยังพอจะ "ซิ่ง" ได้อยู่บ้างจากพื้นฐานอิสระ 4 ล้อ
 
พละกำลัง 170 แรงม้า กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ความจุแบตเตอรี่ 49 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 423 กม. NEDC นับว่าใช้งานเพียงในชีวิตประจำวัน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ราว ๆ 8 วินาที และระยะทางใช้จริงประมาณ 250 - 280 กม. จาก 423 กม. ต่อชาร์จ ใช้ในเมืองเป็นหลักได้สบาย ยิ่งที่เครื่องชาร์จที่บ้านก็กลับมาเสียบไฟก่อนนอนได้เลย

 
โหมดการขับขี่มีครบ 4 แบบ เช่นเดียวกับ Xpower  โดยเฉพาะโหมด Custom ที่ตั้งค่าได้เหมือนกัน แต่ยังไม่มีระบบ One-Paddle และระบบหน่วงความเร็ว KERS ก็มี 3 ระดับ และทุกครั้งที่ดับเครื่องและติดใหม่จะตั้งระดับ 3 เป็นค่าเริ่มต้นเช่นกัน ส่วนการตั้งค่าระบบช่วยเหลือการขับขี่นั้น มีระบบจำค่าล่าสุดเรียบร้อย ไม่ต้องมาคอยเปิดปิดระบบใหม่ทุกครั้งเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้
 
สมรรถนะเกินพอใช้งานอัตราเร่งดีทั้งต้นและปลาย ให้ความรู้คล้ายกับเครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่ 2.0 - 2.5 ลิตร แต่ไม่ต้องรอรอบ เหยียบคันเร่งปุ๊บมาปั๊บทันใจมาก และขอเน้นย้ำว่า....ควรปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับคันเร่งระบบเบรกให้มั่นใจก่อนจะลองใช้อัตราเร่งกับความเร็ว แม้ว่ากำลังจะไม่แรงเท่าตัว Performance แต่แรงบิดระดับ 250 นิวตันเมตร ก็ถือว่าหากไม่ได้บ่อย ๆ ในรถยนต์สันดาปทั่วไป
 
ช่วงล่างแตกต่างอย่างมั่นใจ
 

XPOWER AWD
ช่วงล่างของทั้ง 2 รุ่นนี้มีความคาเร็คเตอร์แตกต่างชัดเจนเริ่มที่ XPOWER นับว่าหนึบแน่น ตึงมือที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน เพราะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเข้ามาเสริม การขับขี่ในความเร็วทั่วไปนั้น กระชับมือ ควบคุมง่าย มั่นใจ ยิ่งปรับน้ำหนักพวงมาลัยในให้หนักขึ้นยิ่งมั่นใจในความเร็วสูง ๆ การเข้าโค้งที่ความไม่เกิน 100 - 120 กม./ชม. นับว่าสบาย ๆ เลยครับ มีอาการแกว่งหรือโยนตัวน้อยมาก แต่เมื่อใช้ความเร็วสูง ๆ ขึ้นไปกว่านั้นมาก ๆ ก็จะเริ่มโครงและโยนตัวมากขึ้น ซึ่งก็ยังพอที่จะควบคุมได้ได้ระดับหนึ่ง

ในช่วงการเร่งออกตัวหรือกำลังจะเร่งแซงแบบกดคันเร่งสุดนั้น หากเป็นทางตรง ๆ นับว่าช่วงล่างเอาอยู่สบาย ๆ แต่ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนเลนหรือว่าเลี้ยวโค้งนั้น ช่วงล่างยังมีอาการหน้าลอย ๆ นิด ๆ ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นจังหวะที่ผู้ขับขี่จะต้องเข้าใจในกำลังและสมรรถนะของตัวรถว่าการเร่งแรง ๆ นั้น จะต้องไม่อยู่ในลักษณะ หักเลี้ยว เข้าโค้งแคบ ๆ หรือว่าเปลี่ยนช่องทางกระทันหัน แม้ว่าจะมีระบบควบคุมการทรงตัว ฯลฯ มาให้ แต่ด้วยความแรงอาจทำให้เกิดอันตรายได้ครับ.......แนะนำว่าขับให้คุ้นเคยกับอัตราเร่ง-พวงมาลัย-ระบบเบรก และช่วงล่างจนเข้าใจธรรมชาติของรถก่อนจึงค่อยใช้ความเร็วสูง ๆ นะครับ...เตือนแล้วนะ!!!!
 

เบรกเอาไม่อยู่?
ระบบเบรกที่หลายคนเคยเห็นการทดสอบในสนามบ้าง ฯลฯ บ้าง จนรู้สึกว่า "เบรกไม่ดีเอาไม่อยู่???" ขออธิบายก่อน....MG4 XPOWER AWD เกิดมาเป็น ใช้งานทั่วไปแบบ "รถบ้าน ๆ" นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่ามีการปรับปรุงระบบขับเคลื่อนและความแรงที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มจากเดิมหลายเท่าอยู่) ซึ่งรวมถีงการปรับปรุงช่วงล่างและระบบเบรกด้วย โดยเฉพาะการขยาย จานเบรกหน้าหลังให้ใหญ่ขึ้นหน้า (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 340-345 มม.) คาร์ลิเปอร์ ใหญ่ขึ้น ผ้าเบรกใหญ่ขึ้นและคุณภาพดีขึ้นเพื่อให้เบรกได้ดีขึ้น....

 
เมื่อนำไปลงสนามแข่งโดยเฉพาะ "พีระเซอร์กิต" ที่มีโค้งแคบสลับกันไป การขับต้องใช้การเร่งความเร็วและเบรกตลอดเวลา ทำให้มีความร้อนสะสมมาก แม้จานเบรกจะขนาดใหญ่แล้วก็ตาม แต่ส่วนของ "ผ้าเบรก" ที่เป็นเกรด Standard ใช้งานทั่วไปบนถนน ไม่ออกแบบให้ทนความร้อนสูง ๆ จึงทำให้ผ้าเบรก "ไหม้-เฟด-และเบรกไม่อยู่นั่นเอง" ผมคิดว่าการลองในสนามเป็นการทดสอบในระดับที่ต้องรู้ลิมิตของรถด้วยว่า ทำความเร็วหรือการเบรกได้สุดแค่ไหนอย่างไร เพราะรถผลิตออกมาเน้นใช้งานบนถนนทั่วไป ไม่ได้ผลิตมาเพื่อลงแข่งขัน!
 

ซึ่งในการลงสนามนั้น MG4 XPOWER AWD ก็พิสูจน์ได้ในเรื่องของช่วงล่างว่าขับในสนามทำความเร็วในโค้งต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงรถที่ใช้ในการแข่งขันทั่วไป ๆ ที่ขับในสนามเดียวกัน (จากประสบการณ์อดีตนักแข่งของคุณแอมป์ ปรม แห่ง Carzanova ได้บอกไว้)  ดังนั้นสรุปได้ว่าถ้าจะขับ Xpower ลงสนามแข่งจำเป็นต้องอับเกรดผ้าเบรกใหม่ให้ใช้ในการแข่งขัน รวมถึงถ้าปรับปรุงช่วงล่างอีกนิดก็สามารถทำความเร็วต่อรอบได้พอ ๆ กับรถแข่งจริง ๆ ก็เป็นได้ครับ พลังเหลือ ๆ 400 กว่าม้าปรับแต่งโช้ค เบรก อีกนิดก็ขับในสนามมันแน่ ๆ
 
กลับมาที่การทดสอบเบรกจริงเมื่อขับบนท้องถนนด้วยการเร่งความเร็วขึ้นและเบรกแรง ๆ อย่างรวดเร็ว ทำได้ดีรถชะลอและหยุดได้ทันใจ ตัวรถไม่มีอาการส่ายหรือเป้ ควบคุมง่ายและค่อนข้างนิ่ง แต่อาจจะต้องใช้น้ำหนักเท้าเพิ่มขึ้นเมื่อต้องเบรกอย่างรุนแรง  ขอสรุปว่า ใช้บนถนนทั่วไปมั่นใจสบายหายห่วงครับ
 
MG4 X Standard Range
ช่วงล่างรุ่นธรรมดานี้นับว่าเน้นความนุ่มนวลสะดวกสบายในการเดินทาง จึงจะให้ความนุ่มนวลกว่า การเลี้ยว เข้าโค้ง ตอบสนองดีและแม่นยำกระชับมือ ได้ฟิวลิ่งขับเคลื่อนล้อหลัง โดยเฉพาะเมื่อเร่งออกตัวแรง ๆ จะมีอาการดิ้น ๆ เบา ๆ ให้รู้สึกสนุกสนาน และในความเร็วสูง ๆ ไม่เกิน 120 - 130 กม./ชม. ก็นับว่าเข้าโค้งได้ดี เกาะถนน แต่จะมีบางจังหวะที่รถมีอาการลอย ๆ แกว่ง ๆ บ้างในการเข้าโค้งแรงหรือเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว
 
จุดที่น่าสนใจคือ ด้วยความที่เป็นรถที่ขับง่ายพละกำลังไม่มากจนเกินไป ไม่ต้องปรับตัวเยอะ และมีรัศมีเลี้ยวที่แคบกว่า Xpower ให้ความคล่องตัวมากกว่าในการขับขี่ถนนเล็ก ๆ หรือการกลับรถ ระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่านั่งสบาย แต่ก็ยังเกาะถนนอยู่ ทำให้น่าจะเหมาะกับการใช้งานประจำวันสำหรับคนที่เน้นความสบาย   
 
 
สรุปความคุ้มค่าใครเหมาะรุ่นไหน

MG4 XPWER AWD เหมาะกับผู้ชอบความแรง อัตราเร่งจัดจ้านราว ๆ กับซูเปอร์คาร์ในราคาเอื้อมถึง และชอบการขับขี่สไตล์เรซซิ่งที่มีช่วงล่างแข็ง ๆ ตึง ๆ และอาจจะใช้งานบางครั้งไม่บ่อยนัก บางครั้งอาจมีเวลาวันเอาไปลองขับเล่นในสนามปิด เพื่อความเร้าใจ ปรับปรุงระบบช่วงล่างและเบรกอีกเล็กน้อยก็ขับสนุกขึ้นหรืออาจขับขี่ในระยะทางต่อวันไม่มากนัก ถือว่าเป็นรถที่ราคา 1,119,900 บาท แต่ได้ระดับควาแรง 400 กว่าม้ามาควบเล่นสบาย ๆ เลย
 

MG4 X Standard Range เหมาะกับครอบครัวใช้งานในทุก ๆ วัน รับส่งบุตรหลาน จอดรถรับลูกหรือซื้อของไม่ต้องดับเครื่อง สมรรถนะโดดเด่นระดับหัวแถวของรถยนต์ไฟฟ้าระดับเดียวกัน ช่วงล่างกำลังดีหนึบและนุ่มขับได้ทุกวันสบายรวมถึงจอกลางใหม่ใหญ่ขึ้นรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ใช้งานได้หลากหลายและสะดวกกว่าเดิม กับค่าตัว 809,900 บาทเท่านั้น
 

ใครสนใจต้องไปลองขับ จับ สัมผัส รถจริง ๆ ได้ที่โขว์รูม MG ทั่วประเทศให้มั่นใจการตัดสิ้นใจซื้อ ชอบรุ่นไหนจัดรุ่นนั้นเลยครับ และต้องขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ ในการถ่ายทำ FULL FUNCTION เกษตรนวมินทร์ บริการรถยนต์พรีเมี่ยม ซูเปอร์คาร์ครบวงจร

11
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



12
รับผลิตชุดยูนิฟอร์มทุกประเภท
บริการจริงใจ ใส่ใจลูกค้า ราคายุติธรรม
รับผลิตและแนะนำรูปแบบชุดยูนิฟอร์มบริษัท อาทิเช่น เสื้อยืดคอกลม เสื้อยืดโปโล ชุดช็อป เสื้อแจ๊กเก็ต และ ชุดยูนิฟอร์มพนักงานในสำนักงาน โดยสามารถสั่งตัดตามไซส์ของแต่ละบุคคลได้ รวมถึงสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ เช่น ผ้ากันเปื้อน กระเป๋าผ้า หมวก เป็นต้น

ยูนิฟอร์ม ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน

ยูนิฟอร์ม ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน “ยูนิฟอร์ม” หรือ Uniform ในภาษาอังกฤษคือเสื้อผ้าหรือชุดที่พนักงานหรือกลุ่มคนบางๆ สวมใส่เพื่อแสดงตัวตนหรือตำแหน่งที่มีอยู่ เพื่อความสะดวกในการระบุและการระบายตัวเองในบริบทที่ต่างๆ ชุดยูนิฟอร์มของพนักงานมักจะมีการออกแบบเพื่อสอดคล้องกับลักษณะงานและศิลปะแบรนด์ขององค์กรหรือธุรกิจที่ต่างกันไปได้ เช่น ชุดยูนิฟอร์มของพนักงานโรงแรมจะแตกต่างกับชุดยูนิฟอร์มของพนักงานในโรงงานผลิตสินค้า หรือพนักงานบริการในร้านค้า
การออกแบบชุดยูนิฟอร์มมักเน้นความสะดวกสบายในการใช้งานร่วมกับการสื่อสารและการติดต่อระหว่างพนักงานและลูกค้า การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมและการออกแบบที่สวยงาม เป็นต้น
การตัดต่อยูนิฟอร์มขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจหรือกิจการ การให้ความสำคัญกับความสะอาดและการบำรุงรักษาก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการรักษาคุณภาพของยูนิฟอร์มให้ดูดีและสวยงามตลอดเวลาในการใช้งานประจำวันของพนักงานทุกคนในองค์กรหรือธุรกิจนั้นๆ
ยูนิฟอร์ม (Uniform) เป็นชุดเครื่องแบบที่พนักงานสวมใส่เพื่อแสดงตัวตนและตำแหน่งของพวกเขาในองค์กรหรือธุรกิจ เขาแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และความเชื่อมโยงของพนักงานกับบริษัทหรือองค์กรนั้น ๆ
ชุดยูนิฟอร์มของพนักงานสามารถแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและบริษัท ยกตัวอย่างเช่น:
ในโรงแรม พนักงานบริการอาจมีชุดยูนิฟอร์มที่ประกอบไปด้วยเสื้อโปโลและกางเกงขายาวหรือกระโปรง
ในธุรกิจทางการแพทย์ พวกเขาอาจสวมเสื้อคลุมเพื่อป้องกันและอุ่นใจให้กับผู้ป่วยและลูกค้า
ในธุรกิจแห่งการบิน พนักงานสายการบินอาจมีชุดยูนิฟอร์มที่รวมถึงเครื่องแต่งกายสมบูรณ์ รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายพิเศษเพื่อเน้นความสวยงามและความเรียบร้อย
ชุดยูนิฟอร์มมักจะถูกออกแบบเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัทหรือองค์กร และมักจะมีการกำหนดเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคสามารถระบุและรู้จักพนักงานได้ง่ายขึ้นด้วยการมองเห็นชุดยูนิฟอร์มที่สวมใส่และการปฏิสัมพันธ์กับพนักงานในตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์กรนั้น ๆ อย่างมั่นใจได้ในการตอบสนองและบริการลูกค้าในทางที่เหมาะสมและมีคุณภาพ

ทางบริษัทจัดนำเสนอข้อมูลให้กับลูกค้าอย่างละเอียด จนลูกค้าเข้าใจและสามารถเลือกใช้วัตถุดิบได้เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา และพึงพอใจ ตามที่ลูกค้าต้องการ
สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : uniform
โทร      : 02-583-7598
E-mail  : casuniform@yahoo.com
เว็บไซด์: https://uniformdeluxe.com/


13

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ







14
รู้จัก Doctor At Home
Doctor at Home คือแพลตฟอร์มที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอาการเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ ข้อมูลโรคที่รอบด้าน ทั้งอาการ สาเหตุ วิธีรักษา การป้องกัน ไปจนถึงการดูแลตนเอง อีกทั้งยังรวมข้อมูลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งคัดสรรมาเพื่อผู้ใช้งานของเรา

Doctor at Home โปรแกรม “หมอประจำบ้าน” อัจฉริยะ ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
เป็นการตรวจอาการเบื้องต้นแบบ interactive ที่จะทำให้ผู้ใช้งานรู้ข้อมูลเบื้องต้นของโรคที่อาจจะเป็น รวมไปถึงวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ โดยโปรแกรมนี้ได้นำข้อมูลจาก “ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 1” ของ รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาจัดทำให้ใช้งานได้บนเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน LINE

ข้อมูลโรค พร้อมโปรแกรม “หมอประจำบ้าน” อัจฉริยะ ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ผู้ใช้งานสามารถอ่านข้อมูลโรค อาการ สาเหตุ การป้องกันและการรักษา เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง โดยเราได้นำข้อมูลจาก “ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2” โดย รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และข้อมูลโรคที่ รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนเพิ่มเติมมารวบรวมไว้ในเว็บไซต์ของเรา
นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่หลังจากอ่านข้อมูลโรคแล้ว ท่านยังสามารถตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ ว่าท่านมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนั้น ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
มีแล้วอุ่นใจ เจ็บป่วย ช่วยเหลือฉุกเฉิน แค่ Add LINE @DoctorAtHome ให้มาเป็น “หมอประจำบ้าน” คอยดูแลคุณอยู่ใกล้ๆ

ไลน์ ID  :  @DoctorAtHome
เว็บไซด์: https://doctorathome.com/





15
รู้จัก Doctor At Home
Doctor at Home คือแพลตฟอร์มที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอาการเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ ข้อมูลโรคที่รอบด้าน ทั้งอาการ สาเหตุ วิธีรักษา การป้องกัน ไปจนถึงการดูแลตนเอง อีกทั้งยังรวมข้อมูลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งคัดสรรมาเพื่อผู้ใช้งานของเรา

Doctor at Home โปรแกรม “หมอประจำบ้าน” อัจฉริยะ ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
เป็นการตรวจอาการเบื้องต้นแบบ interactive ที่จะทำให้ผู้ใช้งานรู้ข้อมูลเบื้องต้นของโรคที่อาจจะเป็น รวมไปถึงวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ โดยโปรแกรมนี้ได้นำข้อมูลจาก “ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 1” ของ รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาจัดทำให้ใช้งานได้บนเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน LINE

ข้อมูลโรค พร้อมโปรแกรม “หมอประจำบ้าน” อัจฉริยะ ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ผู้ใช้งานสามารถอ่านข้อมูลโรค อาการ สาเหตุ การป้องกันและการรักษา เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง โดยเราได้นำข้อมูลจาก “ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2” โดย รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และข้อมูลโรคที่ รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนเพิ่มเติมมารวบรวมไว้ในเว็บไซต์ของเรา
นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่หลังจากอ่านข้อมูลโรคแล้ว ท่านยังสามารถตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ ว่าท่านมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนั้น ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์

มีแล้วอุ่นใจ เจ็บป่วย ช่วยเหลือฉุกเฉิน แค่ Add LINE @DoctorAtHome ให้มาเป็น “หมอประจำบ้าน” คอยดูแลคุณอยู่ใกล้ๆ

ไลน์ ID  :  @DoctorAtHome
เว็บไซด์: https://doctorathome.com/





หน้า: [1] 2 3 ... 71


















































รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ทำ SEO ติด Google
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี

รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ

smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า